“ท่านธมฺมวิตกฺโก ภิกขุ” หรือที่สาธุชนทั่วไปคุ้นเคยกันในนาม “เจ้าคุณนรฯ”
12 มิ.ย. 2569
ผู้เขียน: ร้านคุณบีบีพระเครื่อง
# ประวัติชีวิตของท่านเจ้าคุณนรฯ
## พระอริยสงฆ์กลางกรุงแห่งวัดเทพศิรินทราวาส
“ท่านธมฺมวิตกฺโก ภิกขุ” หรือที่สาธุชนทั่วไปคุ้นเคยกันในนาม “เจ้าคุณนรฯ” เดิมคือ พระยานรรัตนราชมานิต นับเป็นบุคคลผู้เปี่ยมด้วยความกตัญญูกตเวที มีสัจจะมั่นคง มีขันติและวิริยะอันแรงกล้า อีกทั้งยังเปี่ยมด้วยเมตตาธรรมและคุณธรรมอันประเสริฐ
ตลอดชีวิตของท่าน ทั้งในเพศฆราวาสและในสมณเพศ ล้วนแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และมุ่งดำเนินชีวิตเพื่อออกจากทุกข์อย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงเป็นที่เคารพศรัทธาของสาธุชนจำนวนมาก และได้รับการยกย่องให้เป็นแบบอย่างของผู้มีธรรมประจำใจ
พระยานรรัตนราชมานิต มีนามเดิมว่า ตรึก จินตยานนท์ เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2440 ณ บ้านใกล้วัดโสมนัสวรวิหาร กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของพระนรราชภักดี หรือ ตรอง จินตยานนท์ และนางนรราชภักดี หรือ พุก จินตยานนท์
ท่านเริ่มการศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนวัดโสมนัสวรวิหาร ต่อมาเข้าศึกษาชั้นมัธยมที่โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร และศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่โรงเรียนข้าราชการพลเรือนหอวัง ซึ่งต่อมาได้รับการยกฐานะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยท่านได้รับประกาศนียบัตรในวิชารัฐศาสตร์
เมื่อจบการศึกษาแล้ว ท่านได้เข้าซ้อมรบเสือป่าที่ค่ายหลวง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ครั้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรเห็นความสามารถและความเรียบร้อยของท่าน ก็ทรงพอพระราชหฤทัย และโปรดเกล้าฯ ให้เข้ารับราชการในราชสำนักนับแต่นั้นเป็นต้นมา
ท่านเริ่มรับราชการในกรมมหาดเล็กหลวง แผนกตั้งเครื่อง ตำแหน่งมหาดเล็กวิเศษ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2457 และด้วยความขยันหมั่นเพียร ความซื่อสัตย์ ตลอดจนความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ท่านจึงเจริญก้าวหน้าในราชการอย่างรวดเร็ว
ต่อมา ท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมห้องพระบรรทม และได้รับบรรดาศักดิ์เป็น “พระยานรรัตนราชมานิต” เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2465 ขณะมีอายุเพียง 25 ปี จากนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นองคมนตรีในรัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2467
นอกจากหน้าที่ราชการแล้ว ท่านยังเป็นผู้ใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษา และขวนขวายแสวงหาวิชาความรู้อยู่เสมอ โดยเฉพาะด้านภาษา ศิลปะการป้องกันตัว และโยคศาสตร์ ความรู้เหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ตลอดจนช่วยดูแลสุขภาพของท่านในกาลต่อมา
ในตำแหน่งต้นห้องพระบรรทมของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะอุตสาหะอย่างยิ่ง ทุ่มเททั้งกำลังกาย กำลังใจ และความสุขส่วนตน เพื่อถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทด้วยความจงรักภักดีและความกตัญญูอย่างสูงสุด ความตั้งใจจริงและความเอาใจใส่ต่อราชการนี้เอง ทำให้ท่านเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง
ท่านเจ้าคุณนรรัตนราชมานิตรับราชการสืบมา จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ขณะนั้น ท่านมีทั้งฐานะ ทรัพย์สมบัติ และโอกาสในทางโลกอย่างพร้อมมูล หากจะดำเนินชีวิตเพื่อความเจริญรุ่งเรืองต่อไปก็ย่อมทำได้โดยง่าย
แต่ท่านกลับเลือกสละทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วออกอุปสมบทเพื่ออุทิศพระราชกุศลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2468 ณ วัดเทพศิรินทราวาส โดยมีสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เจริญ ญาณวรเถระ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาทางสมณเพศว่า “ธมฺมวิตกฺโก ภิกขุ” และท่านได้ครองสมณเพศตลอดมาจนถึงมรณภาพ
เมื่อเข้าสู่สมณเพศแล้ว ท่านธมฺมวิตกฺโกดำรงชีวิตอย่างเคร่งครัดในศีลและธรรม ท่านลงอุโบสถ ทำวัตรเช้าและเย็นวันละ 2 ครั้งเป็นประจำ อีกทั้งไม่ออกนอกวัดเพื่อไปงานหรือกิจธุระใด ๆ โดยไม่จำเป็น ไม่พบปะพูดคุยกับผู้ใดมากนัก เว้นแต่การสนทนาธรรม ซึ่งท่านยินดีให้คำตอบและอธิบายเท่าที่สามารถกระทำได้
ด้วยความเป็นสมณะที่เคร่งครัด งดงามด้วยศีลาจารวัตร และเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม จึงมีผู้คนเดินทางไปกราบไหว้ขอพรท่านเป็นจำนวนมาก จนท่านได้เขียนโอวาทสั้น ๆ ไว้ว่า
“ทำดี ดีกว่าขอพร”
คำสอนนี้สะท้อนแนวทางของท่านอย่างชัดเจน คือให้ทุกคนตั้งใจทำกรรมดี ยึดมั่นในคุณพระรัตนตรัย และไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคทั้งปวง เพราะเมื่อบุคคลประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ย่อมเป็นเหตุให้เกิดความสุข ความเจริญ และความสำเร็จตามสมควรแก่เหตุปัจจัย
ตลอดระยะเวลาที่ท่านอยู่ในสมณเพศนานถึง 46 ปีเต็ม นับได้กว่า 15,000 วัน ไม่มีวันใดเลยที่ท่านว่างเว้นจากการกรวดน้ำอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
โดยเฉพาะในวันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันเสด็จสวรรคตของพระองค์ ท่านธมฺมวิตกฺโกจะงดฉันอาหาร 1 วัน และนั่งสมาธิตลอดทั้งคืน เพื่อน้อมจิตอุทิศถวายกุศลผลบุญแด่พระองค์ท่าน นอกจากนี้ ท่านยังได้บำเพ็ญกุศลต่าง ๆ อีกเป็นอเนกประการ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลโดยสม่ำเสมอ
สำหรับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์นั้น ท่านธมฺมวิตกฺโกมีความเคารพเลื่อมใสอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นพระเถระผู้สงบ เคร่งครัดในการประพฤติปฏิบัติ และเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม ท่านจึงเพียรพยายามปฏิบัติตามคำอบรมสั่งสอนอย่างเคร่งครัด และคอยรับใช้อย่างใกล้ชิดในสิ่งที่พึงกระทำได้
ครั้นเมื่อสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ถึงแก่มรณภาพ ในงานบำเพ็ญกุศลวันคล้ายวันมรณภาพ วันที่ 8 มิถุนายนของทุกปี ท่านธมฺมวิตกฺโกจะเดินตามส่งอัฐิที่อัญเชิญเข้าประดิษฐานในพระอุโบสถเป็นประจำ ไม่เคยขาด อีกทั้งยังรับเป็นเจ้าภาพเครื่องไทยธรรม สำหรับถวายพระสวดมนต์และพระเทศน์เป็นประจำตลอดชีวิต
นอกจากนี้ ท่านธมฺมวิตกฺโกยังเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการีและผู้มีพระคุณอย่างยิ่ง เมื่อครั้งยังรับราชการ ทุกครั้งที่กลับถึงบ้านหรือจะกลับเข้าวัง ท่านจะมากราบคุณแม่และคุณยายทั้งขามาและขากลับ เงินเดือนที่ได้รับจากการทำงานก็นำมามอบให้คุณแม่ทั้งหมด แล้วขอใช้ส่วนตัวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
ท่านยังอบรมสั่งสอนให้น้อง ๆ ช่วยกันดูแลคุณพ่อ คุณแม่ และคุณยาย เพื่อตอบแทนพระคุณของท่านเหล่านั้น จึงนับได้ว่าท่านเป็นผู้มีความกตัญญูอย่างแท้จริง ทั้งต่อพระมหากษัตริย์ ครูบาอาจารย์ และบุพการี
ตั้งแต่ท่านธมฺมวิตกฺโกอุปสมบท ไม่ปรากฏว่าท่านได้แสดงพระธรรมเทศนาที่ใด แม้โอวาทของท่านก็มีเพียงถ้อยคำสั้น ๆ แต่ลึกซึ้ง อย่างไรก็ตาม ท่านมักฟังพระธรรมเทศนาจากพระภิกษุสามเณรรูปอื่นในพระอุโบสถด้วยความเคารพอย่างสูงเสมอ
สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความเคารพในธรรมอย่างแท้จริง เพราะธรรมะอันประกอบด้วยเหตุผลและความถูกต้อง ย่อมเป็นสิ่งประเสริฐ ไม่ว่าผู้ใดจะเป็นผู้กล่าวหรือแสดงก็ตาม
## พุทธคุณที่เล่าสืบทอดกันมา
สำหรับเหรียญของท่านเจ้าคุณนรฯ ที่สาธุชนเคารพศรัทธา มีการเล่าสืบทอดกันมาว่าเด่นทางด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาด และคุ้มครองผู้บูชา ทั้งนี้ ผู้ศรัทธาควรยึดหลักคำสอนของท่านเป็นสำคัญ คือการตั้งมั่นอยู่ในความดี ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ และดำรงตนด้วยความไม่ประมาท
เพราะดังโอวาทสำคัญของท่านที่ว่า
“ทำดี ดีกว่าขอพร”
ข้อมูลอ้างอิงจาก: buddhakhun.org